ประวัติความเป็นมา

Print
Category: Trikhunnatham Foundation
Published Date
Written by กู้ภัย 14 Hits: 2017

     DSC 0620

     ในปีพุทธศักราช 2479 มีชาวจีน 4 ท่าน นำโดย นายเป่งลิ้ม แซ่ตั้ง นายนำโช้ง แซ่ลี้ นายโหงว แซ่เฮี้ย นายเชี่ยงชุน (ไม่ทราบนามสกุล) ได้รู้ถึงกิตติศัพท์ความศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าที่เขาเขียวบ้านหัวโกรก ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของผู้คนในบริเวณนั้น ทั้งสี่จึงได้ไปนำกระถางธูป (เฮียฮ้วย) จากเขาเขียวบ้านหัวโกรก ต. หนองรี อ. เมือง จ.ชลบุรี ซึ่งเขาบ้านสวนนั้นเป็นที่ประทับของเจ้าทั้งสามคือ "ซำซัวก๊กอ้วง"
     ระยะแรกเมื่อได้อัญเชิญมาถึงชลบุรีแล้วยังไม่มีสถานที่ถาวรเหมาะสม บริเวณที่เป็นศาลเจ้าปัจจุบันนี้สมัยนั้นยังเป็นสวนผักของชาวบ้านอยู่ ทั้งสี่จึงตกลงกันให้อัญเชิญเข้าไปไว้ที่บ้านนายโหงว แซ่เฮี้ย ในช่วงนั้นมีชาวบ้านทั้งชาวไทยชาวจีนเลื่อมใส มีการเชิญเจ้าเข้าประทับทรงตลอดระยะเวลาหลายปี ช่วงนี้มีการย้ายสถานที่ถึงสองครั้งก่อนจะอัญเชิญมาสถิตย์ที่มูลนิธิไตร คุณธรรม(ซำเต็กไท้) ปัจจุบัน
     พ. ศ. 2482 สร้างศาลเจ้าซำเต็กไท้ ในระยะแรกนั้นชาวบ้านทั่วไปเรียกกันว่า "เล่าซำง้วง" ศาลเจ้ายุคแรก มีลักษณะเป็นเพิงหลังคามุงจาก สร้างขึ้นช่วงปี พ.ศ. 2482 จากความศรัทธาของชาวบ้านประกอบกับความสามารถของคณะกรรมการบริหารในช่วงนั้น ในปี พ.ศ. 2484 จึงสร้างศาลเจ้าเป็นเรือนไม้หลังคามุงสังกะสี
     พ. ศ. 2486 สร้างศาลเจ้าขึ้นอีกหลังหนึ่งอยู่ด้านหลัง มีการประดิษฐานเซียนซือโดยอัญเชิญโป๊ยเซียนโจวซือเทพทั้ง 8 และเพิ่มเติมชื่อนำหน้าเป็น "ซำเต๊กไท้-อ้วงเม่งเก็ง"

DSC 0625     

     พ. ศ. 2488 ความเจริญก้าวหน้าและชื่อเสียงของศาลเจ้าซำเต๊กไท้-อ้วงเม่งเก็ง มีขึ้นตามลำดับ ระยะนั้นมี นายก๊กอัว แซ่เกียว นายเจียกกัง แซ่เงี้ยบ นายชั่งโบ่ว แซ่ตั้ง เป็นหัวแรงทำงานได้รื้ออาคารไม้ที่สร้างในปี พ.ศ.2486 ลงสร้างเป็นตึกคอนกรีตเสริมเหล็กสวยงามโดดเด่นมาก
     พ. ศ. 2506 ได้สร้างเพิ่มเติมช่วงหน้าล่าซำง้วงเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก โดยการนำของ นายม่งพวง แซ่ตั้ง เป็นประธาน นายเซียป้อ แซ่ปึง เป็นรองประธาน นายเปํงเว้ง แซ่โคว้ เหรัญญิก ประกอบด้วยคณะกรรมการ คือนายก๊กอัว แซ่เตียว นายเอี่ยะซิว แซ่เจี่ย นายโซยเฮี้ยง แซ่เล้า คณะกรรมการชุดนี้สร้างศาลอ้วงเม่งเก็ง และด้านหน้าสร้างโรงงิ้วเป็นอาคารไม้หลังคามุงสังกะสี
     พ.ศ. 2528 คณะกรรมการบริหารศาลเจ้าชุดปัจจุบันได้รับคำบัญชาจากองค์โป๊ยเซียนโจ้วซือ ได้บัญชาให้คณะกรรมการก่อสร้างขยายตกแต่งบริเวณใหม่ โดยมีคหบดีใจบุญชื่อ คุณศิรศักดิ์-คุณพยอม สวัสดิบุศย์ คหบดีใจบุญผู้ใจบุญบริจาคที่ดิน2 ไร่ ซึ่งแต่เดิมเนื้อที่ของศาลเจ้าเดิมทั้งหมดก็เป็นของคุณศิรศักดิ์-คุณพยอม รวมเนื้อที่ทั้งหมด เป็น 3 ไร่เศษ การก่อสร้างตกแต่งเพิ่มเติมครั้งนี้ได้สร้างโรงงิ้วใหม่เป็นคอนกรีตเสริม เหล็กสวยงามมาตราฐาน
     การดำเนินการก่อสร้าง ทางคณะกรรมการบริหารศาลเจ้าได้ประชุมร่วมกันมีมติตกลงให้เชิญ อจ. คิมน้ำ แซ่จิว หลวงปู่พญามังกรขาว เป็นประธาน อจ. บู๊ หรือ อจ. วิจิตร จิตติเรืองเกียรติ หลวงปู่พญามังกรดำ คณะที่ปรึกษา

     ศาลเจ้าที่ตกแต่งเสร็จแล้วจะทำการฉลอง โดยมีนายประกิต อุตตะโมต รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กับนายสืบ รอดประเสริฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ร่วมป็นประธานพิธีเปิดป้ายในวันที่ 14 มกราคม 2530 เวลา 9.39 น. งานฉลองเริ่มวันที่ 10-18 มกราคม 2530
     มูลนิธิไตรคุณธรรม (ซำเต็กไท้) ชลบุรี ประวัติความเป็นมาคงจะทราบกันแล้วพอสังเขป กิจกรรมเด่นของมูลนิธ คงเป็นที่ยอมรับกันว่า หน่วยกู้ภัยไตรคุณธรรม นั้นที่ทางมูลนิธิก่อตั้งขึ้นมา สมัยที่ท่านนายกเซี้ยงกิ้ม แซ่เงี้ยบ ที่ได้ล่วงลับไปแล้วมีบทบาทอย่างสูงเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง เพราะได้ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยจากเหตุต่าง ๆ เช่น ภัยธรรมชาติ, ภัยจากอุบัติอุบัติเหตุต่างๆ, อัคคีภัย, วาตภัย, และจากเหตุต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในจังหวัดชลบุรี
     การก่อตั้งจะดำเนินการโดยลำพังคนเดียวไม่ได้ ได้รับความร่วมมือจากผู้มีจิตการกุศลซึ่งได้บริจาค รถจำนวนถึง 8 คันในขณะนี้ ส่วนน้ำมันเชื้อเพลิงนั้น ได้จากผู้มีจิตรศรัทธาที่ได้บริจาคทุกเดือน จึงไม่น่าแปลกใจเลยในส่วนนี้ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ใช้สำหรับหน่วยกู้ภัยนั้นเดือนละเป็นแสนบาท
     นอกจากท่านอดีตนายกเซี้ยงกิ้ม แล้ว คุณศุภชัย มนโกศล ได้ทุ่มเททั้งกำลังกายกำลังใจและกำลังทรัพย์สนับสนุนกิจการของหน่วยกู้ภัย จนทางมูลนิธิได้แต่งตั้งให้รับผิดชอบหน่วยกู้ภัยโดยตรง เมื่อมีหน่วยกู้ภัยแล้ว สิ่งที่ตามมาจะหาที่ฝังศพไว้ที่ไหน อันนี้โดยความศักดิ์สิทธิ์ขององค์ท่านโป๊ยเซียนโจวซือ เป็นที่เคารพสักการะได้ดลบรรดาลให้ ผู้มีจิตรศรัทธาท่านหนึ่ง ได้บริจาคที่ดินแปลงหนึ่งให้กับมูลนิธิเป็นสุสานฝังศพไร้ญาติและจากประชาชน ที่ยากจนประสบภัยต่าง ๆ นำมาฝังไว้โดยทางมูลนิธิไม่คิดมูลค่า

     ปัจจุบัน แผนกนิติเวชวิทยา กรมตำรวจ โรงพยาบาลตำรวจ อนุญาตเห็นชอบให้ใช้สุสานของมูลนิธิฝังศพไร้ญาติในภูมิภาคตะวันออก 9 จังหวัด สัปดาห์หนึ่ง ๆ หน่วยกู้ภัยจะไปรับศพจาก โรงพยาบาลตำรวจ มาฝังที่สุสานของมูลนิธิ