^ Back to Top
facebook

เซียนองค์ที่ 8 เช่าก๊กกู๋
TKC
     เช่าก๊กกู๋ หรือ พระมาตุลาเฉา
เกิดในสมัยราชวงศ์ซ้อง เป็นน้องชายของพระนางเช่าสีฮองไทเฮาเช่าก๊กกู๋เป็นคนที่มีความประพฤติดีงาม ส่วนน้องชายของเช่าก๊กกู๋ชื่อเช่ายี่เป็นคนเกเร เที่ยวลักขโมยและข่มเหงชาวบ้านเพราะถือตัวว่าเป็นน้องชายของฮองไทเฮาเช่าก๊กกู๋พยายามสั่งสอนว่ากล่าวก็ไม่เชื่อฟังเช่าก๊กกู๋จึงคิดจะหลีกหนีไปเสีย ประกอบกับมีใจฝักใฝ่พระธรรมอยู่แล้วจึงได้ทูลลาฮองไทเฮาออกท่องเที่ยวตามป่าเขาและบำเพ็ญตบะอยู่ตามถ้ำฝ่ายอาจารย์หลีเล่ากุนเล็งญาณรู้ว่าเช่าก๊กกู๋บำเพ็ญตบะอยู่ในถ้ำหลายปีแล้ว ควรเชิญมาเป็นเซียนเพื่อให้ครบแปดองค์ จึงให้ฮั่นเจ็งหลีและลื่อท่งปินไปรับเช่าก๊กกู๋ พร้อมกับเชิญหลีทิก๊วย เตียกั๊วเล้า น่าไช่ฮั้ว ฮ่อเซียนโกวและฮั่นเซียงจือให้มาประชุมพร้อมกันเพื่อคอยต้อนรับเช่าก๊กกู๋ในขณะที่หลีเล่ากุนกับเซียนทั้งปวงกำลังประชุมกันอยู่ที่เขาฮั่วซัวนั้นฮั่นเจ็งหลีกับลื่อทงปินได้พาเช่าก๊กกู๋มาถึงเซียนทั้งปวงจึงพากันออกมาต้อนรับ หลีเล่ากุนได้กล่าวว่าถึงแม้เช่าก๊กกู๋จะเป็นเชื้อพระวงศ์พรั่งพร้อมด้วยวาสนาและทรัพย์สมบัติยังสู้สละความสุขสบายมาถือสันโดษบำเพ็ญตบะจึงสมควรได้เป็นเซียนองค์ที่แปดผู้ใดปรารถนามิให้ภูตผี พาลมากล้ำกลายรบกวน พึงจุดธูปบูชา และให้อธิษฐานถึงเซียนเช่าก๊กกู๋

เซียนองค์ที่ 7 ฮั่นเซียงจื่อ
HHT
     
ฮั่นเซียงจือ หรือ ปราชญ์หันเซียง
เกิดเมื่อประมาณ พ.ศ. 1503 ในสมัยพระเจ้าเต็กจงฮ่องเต้แห่งราชวงศ์ถัง เป็นหลานของฮั่นหยูซึ่งรับราชการเป็นปลัดกระทรวงวัง ฮั่นเซียงจือมีความสนใจผู้วิเศษ จึงได้ออกสืบเสาะค้นหาจนกระทั่งได้พบเซียนลื่อทงปินเซียนองค์ที่ 3 จึงได้ศึกษาวิชาเซียนและบำเพ็ญตบะอยู่สามปีหลังจากนั้นฮั่นเซียงจือก็ลาอาจารย์เดินทางกลับบ้านในระหว่างทางได้พบต้นท้อออกลูกสุกแดงจึงปีนขึ้นไปเก็บแต่เหยียบกิ่งท้อหักพลาดตกลงมาสลบไปครั้นพอฟื้นขึ้นมาก็กลายเป็นเซียนต่อมาในเมืองหลวงเกิดฝนแล้งพระเจ้าเต็กจงฮ่องเต้จึงให้ฮั่นหยูซึ่งเป็นอาของฮั่นเซียงจือทำพิธีของฝนถ้าฝนไม่ตกภายในเจ็ดวัน ก็จะถอดถอนออกจากตำแหน่งแต่ถ้าฝนตกในช่วงระยะเวลาดังกล่าวก็จะเลื่อนตำแหน่งให้เป็นเสนาบดีฮั่นหยูได้ทำพิธีอยู่หกวันฝนก็ไม่ตก ฮั่นเซียงจือจึงปลอมตัวเป็นโยคีมาช่วยโดยฮั่นหยูให้สัญญาว่าถ้าทำให้ฝนตกได้จะยกทรัพย์สมบัติให้ทั้งหมดฮั่นเซียงจือจึงได้นั่งบริกรรมสวดมนต์ขอฝนจนกระทั่งฝนตกใหญ่สามวันสามคืนแต่ฮั่นหยูกลับไม่ยอมยกทรัพย์สินให้ฮั่นเซียงจือตามที่สัญญาเอาไว้ฮั่นเซียงจือจึงคืนร่างจากโยคีไปเป็นเซียนและบอกกับฮั่นหยูว่าตนไม่ต้องการทรัพย์สินใดๆ เพียงแต่จะลองใจดูเท่านั้นต่อมาฮั่นหยูประสบชะตากรรมถูกถอดยศและริบทรัพย์สินสักหน้าแล้วถูกเนรเทศให้ไปอยู่ชายแดน ฮั่นหยูไปที่แห่งใดก็ไม่มีใครต้อนรับมีแต่ความลำบากหิวโหย ฮั่นเซียงจือจึงบอกให้ฮั่นหยูไปบำเพ็ญพรตถือศีลส่วนฮั่นเซียงจือได้ไปเขาฮั่วซัวสำนักหลีเล่ากุนเป็นเซียนองค์ที่เจ็ดผู้ใดปรารถนาให้ตนเป็นนักประพันธ์และนักกวีที่มีชื่อเสียงพึงจุดธูปบูชาอธิษฐานถึงเซียนฮั่นเซียงจือ

เซียนองค์ที่ 5 หลั่นไฉ่เหอ
LSH
     หลั่น ไฉ่เหอ  ตามตำนานเล่าว่าน่าไช่ฮั้วเป็นวณิพกเที่ยวร้องเพลงขอทานไปตามหมู่บ้าน มีเครื่องแต่งกายคร่ำคร่าอยู่ 2 ชุด ชุดหนึ่งหนาใช้ใส่ในฤดูร้อน ส่วนอีกชุดหนึ่งบางใช้ใส่ในฤดูหนาวซึ่งผิดกับคนธรรมดาทั่วๆ ไปและมีกรับอันหนึ่งยาวสามฟุตใช้ขยับให้จังหวะขณะร้องเพลงอยู่มาวันหนึ่งน่าไช่ฮั้วได้ตีกรับร้องเพลงไปตามหมู่บ้านจนเผลอหลงเข้าไปในป่าหาทางกลับไม่ถูกพอพลบค่ำน่าไช่ฮั้วได้หาที่นอนบริเวณเชิงเขาครั้นถึงเวลายามเศษก็แว่วเสียงดุริยางค์มาจากท้องฟ้าน่าไช่ฮั้วจึงแหงนขึ้นดู ก็เห็นเซียนหลายองค์นั่งอยู่ในกลุ่มก้อนเมฆมีเซียนองค์หนึ่งได้ร้องบอกให้น่าไช่ฮั้วอย่ามัวเที่ยวขอทานอยู่เลยให้ตั้งหน้าตั้งตารักษาศีล ท่องมนต์ บำเพ็ญเพียรญาณตบะให้มั่นคงอีกสามวันแห่งสวรรค์หรือสามปีในโลกมนุษย์จะมารับไปเป็นเซียนและมอบคัมภีร์ให้น่าไซ่ฮั้วได้บำเพ็ญเพียรปฏิบัติธรรมภาวนามนต์ตามคัมภีร์จนจบ มีคนมาฝากตัวเป็นศิษย์มากมายในคืนวันเดือนเพ็ญคืนหนึ่งขณะที่น่าไซ่ฮั้วนั่งสนทนากับศิษย์จำนวนร้อยแปดคนในถ้ำก็แว่วเสียงดุริยางค์สังคีตล่องลอยมาจากท้องฟ้าน่าไช่ฮั้วก็ทราบโดยทันทีว่าหลีทิก๊วยมารับตนไปเป็นเซียนแล้วน่าไช่ฮั้วจึงบอกศิษย์ทุกคนจงตั้งหน้าตั้งตาบำเพ็ญเพียรปฏิบัติธรรมแล้วน่าไช่ฮั้วก็เสกกรับของตนให้เป็นนกกระเรียนแล้วให้นกกระเรียนสลัดขนไว้ร้อยแปดอันเสกเป็นกำไรมือพร้อมกับให้ศิษย์เก็บไว้คนละอัน กำไรมือจะช่วยป้องกันอันตรายเว้นแต่ผู้ไม่สุจริตเท่านั้นหลังจากนั้นน่าไซ่ฮั้วก็ขึ้นขี่นกกระเรียนตามหลีทิก๊วยไปเป็นเซียนองค์ที่ห้า ผู้ใดปรารถนาให้ตนได้เป็น ศิลปินที่มีผู้คนนิยมพึงจุดธูปบูชาและอธิษฐานถึงเซียนน่าไช่ฮั้ว

เซียนองค์ที่ 6 เหอเซียนโกว
HHK
      ฮ่อเซียนโกว หรือ นางฟ้าเหอ เกิดเมื่อประมาณ พ.ศ. 1233 ในราชวงศ์ถัง   เป็นบุตรีของฮ่อซู   เดิมมีชื่อว่าฮ่อสีอยู่ที่เมืองกวางตุ้ง เป็นคนมีรูปร่างอ้วน   ขี้ริ้วขี้เหร่   แต่เป็นคนใจบุญ   มีความประพฤติเรียบร้อย   และจิตใจฝักใฝ่ในพระธรรม   คืนวันหนึ่งมีเทวดามาเข้าฝันให้นางหาแป้งฮุ่นบ๊อมารับประทานแล้วนางจะมีรูปร่างงดงาม ไม่เจ็บป่วย ไม่แก่เมื่อตื่นขึ้นจึงให้คนไปหาแป้งฮุ่นบ๊อมารับประทาน   จนกระทั่งร่างกายของนางมีความสวยงามดุจเทพธิดาวันหนึ่งในขณะที่นางฮ่อสีเดินเล่นมาจนถึงชายหาดริมแม่น้ำหุ้นห้อเกย   นางก็ได้พบหลีทิก๊วยและน่าไช่ฮั้วนั่งสนทนาธรรมกันอยู่ที่ศาลา   นางจึงเข้าไปกราบขอร่วมฟังการสนทนาธรรมด้วย   เนื่องจากนางมีใจฝักใฝ่ในพระธรรมอยู่แล้วจึงได้มอบตัวเป็นศิษย์หลีทิก๊วยได้มอบคัมภีร์วิชาเซียนให้กับนางได้ใช้เป็นแนวทางในการฝึกปฏิบัติบำเพ็ญตบะ   หลังจากที่นางได้เรียนวิชาเซียนจบแล้วจึงบอกบิดามารดาว่าต่อไปจะต้องไปเป็นเซียน   ต่อมาในคืนวันเพ็ญเดือนหกขณะที่นางนั่งสวดมนต์อยู่ก็แว่วเสียงดุริยางค์สังคีตล่องลอยมาจากอากาศ   นางก็ทราบได้ทันทีว่าหลีทิก๊วยมารับไปเป็นเซียน   นางจึงรีบปลุกบิดามารดาให้ลุกขึ้น แล้วจุดธูปบูชาเซียนจากนั้นนางก็ร่ำลาบิดามารดา   และบอกว่าหลีทิก๊วยมารับไปเป็นเซียน  เมื่อหลีทิก๊วยขี่เมฆล่องลอยมาถึงก็บอกให้นางฮ่อสีเสกคัมภีร์ให้เป็นนกกระเรียน ขึ้นขี่นกกระเรียนตามหลีทิก๊วยไป   เมื่อถึงเขาฮั่วซัวหลีเล่ากุนอาจารย์ใหญ่ก็ออกมาต้อนรับ และจัดให้เป็นเซียนองค์ที่หก   ผู้ใดปรารถนาให้ตนมีอายุยืนนาน   มีรูปร่างสวยงาม   มีสติปัญญาดี   พึงจุดธูปเทียนบูชา   และอธิษฐานถึงเซียนฮ่อเซียนโกว

เซียนองค์ที่ เตียกั๊วเล่า

CKL
     เตียกั๊วเล้า หรือ อาวุโสจัง กัว 
เกิดเมื่อประมาณ พ.ศ. 1170–1226 ในสมัยพระนางบูเช็กเทียนและพระเจ้าเม่งจงฮ่องเต้กำเนิดเดิมเป็นค้างคาวเผือก ได้อาบแสงอาทิตย์ แสงจันทร์และจำศีลภาวนาหลายพันปีจึงกลายเป็นมนุษย์ มีลาเผือกเป็นพาหนะแต่จะขี่ลาหันหน้าไปข้างหลังแม้เตียกั๊วเล้าจะมีอายุมากกว่าร้อยปีแล้วแต่ก็ยังดูหนุ่มแน่นเมื่อพระนางบูเช็กเทียนทรงทราบ จึงทรงให้นางข้าหลวงไปเชิญเตียกั๊วเล้าเข้าวังแต่เตียกั๊วเล้าแกล้งทำเป็นลมชักสลบไป มีหนอนขึ้นตาม จมูก ปาก และหูทำให้ทุกคนเชื่อว่าตายไปแล้วแต่ต่อมาศพก็ได้หายไปจนกระทั่งในสมัยของพระเจ้าเม่งจงฮ่องเต้ได้ทรงให้ข้าหลวงไปเชิญเตียกั๊วเล้าเข้าเฝ้าเตียกั๊วเล้าก็แกล้งทำเป็นตายอีกพวกข้าหลวงได้พร่ำอ้อนวอนจนเตียกั๊วเล้าใจอ่อน จึงฟื้นขึ้นและยอมเข้าวังพระเจ้าเม่งจงฮ่องเต้ให้การต้อนรับเป็นอย่างดีต่อมาเตียกั๊วเล้าเบื่อหน่ายที่จะอยู่ในราชวังจึงทูลพระเจ้าเม่งจงขอกลับไปอยู่ตามป่าเขาพระเจ้าเม่งจงฮ่องเต้ก็ทรงอนุญาตและทรงพระราชทานสิ่งของและจัดรถลากให้โดยมีคนลากคนหนึ่งและคนเข็นหลังรถอีกคนหนึ่ง เมื่อเดินทางถึงเมืองเฮ่งจิวเตียกั๊วเล้าก็ให้คนทั้งสองกลับไปแต่หลีแซไม่ยอมกลับและมีความเลื่อมใสในตัวของเตียกั๊วเล้า จึงขอเป็นศิษย์ติดตามรับใช้ถือศีลกินเจ เรียนมนต์คาถาและศึกษาธรรมจากเตียกั๊วเล้าวันหนึ่งหลีแซได้มากราบทูลพระเจ้าเม่งจงว่าเตียกั๊วเล้าเป็นไข้ป่าตายเสียแล้ว จึงรับสั่งให้จัดโลงศพทองคำพร้อมกับทำฮวงซุ้ยบรรจุศพอย่างดีแต่พอเปิดโลงศพออกไม่พบศพมีแต่กระดาษเขียนทูลลาว่าต้องไปเป็นเซียนองค์ที่สี่ผู้ที่ปรารถนาให้ตนมีเสน่ห์และเป็นที่นิยมรักใคร่ของคนทั้งหลายให้จุดธูปบูชา และให้อธิษฐานถึงเซียนเตียกั๊วเล้า

rescue

gy

มูลนิธิไตรคุณธรรม (ซำเต็กไท้) ชลบุรี

เลขที่ 240/1 หมู่ 5 ตำบลบ้านสวน อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี 20000

โทร. 038-272201 , 038-278568, 038-278569

ความถี่วิทยุสื่อสาร 166.285 MHz.

ติดต่อผู้ดูแลเว็บ กู้ภัย 20 Line ID : HS5ZSG

เว็บไซด์ขับเคลื่อนด้วย CMS Joomla